มะเร็ง

โรคมะเร็งสาเหตุการตายอันดับ 1

โรคมะเร็งสาเหตุการตายอันดับ 1

ปัจจุบันประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญกับโรคมะเร็งมากขึ้น ในแต่ละปีมะเร็งได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกในอัตราที่สูงมากขึ้น เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึง ภัยร้ายจากโรคมะเร็ง รวมถึงรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเอง องค์การอนามัยโลกและสมาคมต่อต้านมะเร็งสากลกำหนดให้ ทุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) หลังจากพบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชาคมโลกปี ละกว่าสิบล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีคนอายุระหว่าง 30-69 ปีกว่าครึ่งที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สะท้อนถึงแนวโน้มการเกิดโรคมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน อันสืบเนื่องมาจากวิถีการดำเนินชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตสำหรับในประเทศไทย

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ติดต่อกันหลายสิบปี โดยจากข้อมูลล่าสุดพบคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงปีละกว่า 67,000 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยราว 120,000 คนต่อปี ซึ่งพบมากที่สุดในเพศชาย คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ส่วน 5 อันดับโรคมะเร็งในผู้หญิงไทย ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง

  • มีพันธุกรรมผิดปกติ เป็นได้ทั้งพันธุกรรมที่ถ่ายทอดได้ หรือ พันธุกรรมชนิดไม่ถ่ายทอด
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มสุรา
  • ขาดสารอาหาร
  • ขาดการกินผัก และผลไม้
  • กินอาหารไขมัน และ/หรือ เนื้อแดงสูงต่อเนื่อง เป็นประจำ
  • การสูดดมสารพิษบางชนิดเรื้อรัง เช่น สารพิษในควันบุหรี่ (สารก่อมะเร็ง หรือ สัมผัสสารก่อมะเร็ง อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปริมาณสูง
  • ร่างกายได้รับโลหะหนักเรื้อรังจาก การหายใจ อาหาร และ/หรือ น้ำดื่ม เช่น สารปรอท
  • ติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัส เอชไอวี (HIV) ไวรัส เอชพีวี (HPV)
  • ติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น เชื้อเอชไพโลริในกระเพาะอาหาร (โรคติดเชื้อเอชไพโลไร)
  • ติดเชื้อพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิใบไม้ตับ
  • การใช้ยาฮอร์โมนเพศต่อเนื่อง
  • อายุมาก เพราะเซลล์ผู้สูงอายุมีการเสื่อม และการซ่อมแซมต่อเนื่อง จึงเป็นสาเหตุให้เซลล์กลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งได้
โรคมะเร็ง

มะเร็งระยะสุดท้ายคืออะไร จะต้องเสียชีวิตทุกคนใช่หรือไม่?

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งจำนวนหนึ่งมาพบแพทย์หลังจากมีการกระจายของโรคแล้ว มักจะเรียกผู้ป่วยระยะนี้ว่า ระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนอาจจะ เป็นมะเร็งระยะ 1-3 แล้วต่อมาจึงมีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ผู้ป่วยประเภทหลังนี้มักเรียกว่าระยะแพร่กระจายเช่นเดียวกัน แม้ว่าผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แล้ว แต่ก็ไม่ได้ หมดหวังเสียทีเดียว เพราะแพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง (Palliative treatment) เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมารจากโรคมะเร็ง และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย

นอกจากนี้ มะเร็ง บางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะแพร่กระจายก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 ที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง แล้วไม่ตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มีอาการแย่ลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้าย (End stage cancer) ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นจะให้การดูแลผู้ป่วย ระยะสุดท้ายร่วมกับญาติ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานน้อยที่สุด ระยะเวลาระหว่างเริ่มแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) จนกระทั่งถึงระยะสุดท้าย (End stage) มีระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นกับธรรมชาติของโรค และสภาพร่างกายผู้ป่วยด้วย ดังนั้นผู้ป่วยและญาติ ควรปรึกษาแพทย์มะเร็งวิทยา เพื่อวางแผนร่วมกันในการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด

ลดยา ลดโรค, รักษาโรคเบาหวาน, ไขมันสูง, ความดัน, หลอดเลือดหัวใจและสมอง, มะเร็ง โดยแพทย์เฉพาะทาง ที่ตั้งใจอยากให้ทุกคนสามารถดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี ปัญหาสุขภาพที่หลาย ๆ คนนั้นไม่ทราบวิธีดูแล หรือยังทำพฤติกรรมที่ทำลายสุขภาพลงไปทุกวัน ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่ไม่ทราบถึงพฤติกรรม หรือ การดูแลสุขภาพ ทาง NCD Clinic จึงรวบรวม ความรู้ในด้านสุขภาพ จาก คุณหมออรรถสิทธิ์(เจ้าของเพจอย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ) เพื่อเป็นความรู้ให้กับทุกคน